Full Face Make Over

*รูปเหล่านี้ได้รับอนุญาตจากคนไข้แล้ว ไม่อนุญาตให้เผยแพร่นอกเว็บไซด์

ศัลยกรรมจมูก ตกแต่งริมฝีปาก และเติมไขมัน CAL (Fat Grafting)

ก่อนทำ                                                       หลังทำ 1 สัปดาห์

คนไข้มีปัญหาไขมันบนใบหน้าหายไปบางส่วนเนื่องจากโรคประจำตัว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเติมไขมันส่วนที่ขาดด้วยไขมันตนเองด้วยวิธี CAL หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fat Grafting คือการเอาไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องส่วนล่างมาทำโดยใช้วิธีดูดเพื่อนำไขมันมาก่อนแล้วค่อยเข้ากระบวนการพิเศษเพื่อให้ไขมันมีความคงตัวมากขึ้นลดปัญหาการสลายตัวของไขมันทำให้ไขมันที่ใส่เข้าไปมีอัตรารอดชีวิตมากกว่าวิธีปกติทั่วไป และมีการเสริมจมูกด้วย silicone นุ่มพิเศษของอเมริกาออกแบบมาเพื่อการทำจมูกโดยเฉพาะ ส่วนปากนั้นคนไข้ต้องการให้ปากมีรูปทรงที่สวยงาม จึงทำการตัดแต่งริมฝีปากตามแบบที่คนไข้ต้องการด้วย Gull Wing Technique ช่วงแรกจะเห็นว่าบวมเล็กน้อยแต่เวลาผ่านไป1เดือนจะเข้ารูปมากขึ้น

หลังทำทันที                                                   หลังทำ 1 สัปดาห์

*รูปเหล่านี้ได้รับอนุญาตจากคนไข้แล้ว ไม่อนุญาตให้เผยแพร่นอกเว็บไซด์

บทความอื่นๆ : Fat grafting : The new regenerative filler, Fat Grafting คืออะไร

สิ่งที่ควรรู้ก่อน-หลังทำศัลยกรรมจมูก

การเสริมจมูกเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงในคนไทย การเสริมจมูกทำได้หลายวิธี 1 สำหรับคนที่ไม่ต้องการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของใบหน้ามากนิยมใช้ fillerการเติมส่วนที่ขาดของจมูกให้มีความสมดุล 2การเสริมจมูกด้วย silicone เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก ควบคุมรูปทรงได้ง่ายระยะเวลาผ่าตัดไม่นานสามารถทำได้หลายรูปทรงดังตัวอย่างผลงานที่ผู้เขียนได้ทำไว้ตามความต้องการของผู้เข้ารับบริการดังนี้ 3การเสริมจมูกแบบเกาหลี จริงๆ แล้วก็มีหลายวิธี วัสดุหลายชนิด แต่จากประสบการณ์ของแพทย์ที่ไปทำศึกษาดูงานณ ประเทศเกาหลี ก็พบว่าเป็นวิธีเดียวกับที่เราใช้กับการผ่าตัดในชาวต่างชาติโดยที่มักจะลงแผลผ่าตัดโดยลงใต้ฐานจมูกเพื่อทำการควบคุมรูปทรงปลายจมูกได้ง่ายใช้กระดูกผนังกั้นจมูกมาต่อให้จมูกยาวขึ้นนอกจากนี้ปลายจมูกยังถูกเสริมโดยกระดูกจากใบหูซึ่งผลจะออกมาน่าพอใจเนื่องจากควบคุมปลายจมูกได้ดังใจ 4 เสริมปลายจมูกด้วยไหม เป็นวิธีใหม่ผลระยะยาวยังต้องดูต่อไปเนื่องจากเข้ามาได้ไม่นาน

การผ่าตัดตกแต่งจมูก (Rhinoplasty)

                ปัจจุบันมีผู้มีมาปรึกษาแพทย์เพื่อการผ่าตัดตกแต่งจมูกเป็นจำนวนหลายแสนคนต่อปี โดยสาเหตุของการผ่าตัดนั้น อาจเกิดจากความรู้สึกไม่พึงพอใจกับสัดส่วนของจมูกที่มีมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่สูงขึ้น และการผิดรูปที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บ หรือการผ่าตัด โดยสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากจมูกเป็นอวัยวะที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้า การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของรูปทรงจมูก สามารถปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กับเจ้าตัวได้อย่างมาก การที่จะทราบว่าการทำผ่าตัดตกแต่งจมูกนั้นสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร คุณจำเป็นจะต้องทราบถึงวิธีการผ่าตัดคร่าวๆ และอะไรที่คุณสามารถคาดหวังได้จากการผ่าตัดชนิดนี้ เอกสารฉบับนี้จะรวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่คุณจะพิจารณาเลือกการผ่าตัดตกแต่งจมูก ผลของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่การสื่อสาร ความเข้าใจกันระหว่างแพทย์ผู้ผ่าตัดและตัวผู้ป่วยเอง ความเชื่อถือของผู้ป่วยต่อแพทย์เป็นพื้นฐานสำคัญในการที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจจะทำการผ่าตัดหรือไม่ ดังนั้นการพูดคุย และซักถามถึงข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อถือ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความพึงพอใจต่อผลการผ่าตัดที่เกิดขึ้น

การผ่าตัดตกแต่งจมูกเหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่
วิธีการผ่าตัดตกแต่งจมูกมีด้วยกันหลายเทคนิค ไม่มีเทคนิคใดที่ถือว่าดีที่สุด เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการผ่าตัดตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามบนใบหน้า ดังนั้นการผ่าตัดตกแต่งจมูกให้สวยงามนั้น จำเป็นจะต้องเข้ากันได้กับลักษณะใบหน้าส่วนอื่นๆร่วมด้วย ลักษณะของผิวหนัง รูปร่างสัดส่วนของใบหน้า และอายุ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา และเป็นประเด็นในการพูดคุยกันระหว่างแพทย์ผ่าตัดกับตัวคุณก่อนการผ่าตัด โดยอายุที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดคือมากกว่า 16 ปี ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการหายใจอย่างรุนแรง ก่อนจะตัดสินใจทำการผ่าตัดตกแต่งจมูก อาจจะถามแพทย์ผู้ผ่าตัดว่า มีการผ่าตัดใดนอกเหนือจากการผ่าตัดตกแต่งจมูกเพื่อเพิ่มความสวยงามบนใบหน้าให้มากขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดตกแต่งจมูก อาจทำการผ่าตัดเสริมคาง เพื่อเพิ่มความสมดุลบนใบหน้าโดยจะทำให้คุณดูดีขึ้นได้

แนวทางการปฏิบัติเมื่อมีการตัดสินใจทำการผ่าตัด
ไม่ว่าการผ่าตัดตกแต่งจมูกจะทำเพื่อวัตถุประสงค์ของลดอาการคัดจมูก หรือเพื่อความงามก็ตาม คุณจำเป็นต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมตกแต่งบนใบหน้าและหู คอ จมูก จะสามารถประเมินลักษณะทั้งภายนอก และภายในโพรงจมูก เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับแพทย์ในการเลือกเทคนิคการผู้ผ่าตัด รวมถึงสามารถบอกผลการผ่าตัดที่คุณสามารถคาดหวังได้จากการผ่าตัดเทคนิคต่างๆ รวมถึงผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง หลังจากการตรวจจมูก แพทย์จะทำการถ่ายรูปใบหน้าของคุณ และอธิบายถึงลักษณะ สัดส่วนของจมูกตลอดจนพูดคุยถึงเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสมกับตัวคุณ โดยการพูดคุยดังกล่าวจะทำให้ตัวคุณเองเข้าใจกับผลการผ่าตัดที่เกิดขึ้นได้ว่าการผ่าตัดตกแต่งจมูกโดยวิธีที่เหมาะสมกับตัวคุณนั้นสามารถแก้ไขปัญหาได้ในบางส่วน และในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาบางส่วนของจมูกคุณได้ สุดท้ายแพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคนิคการระงับความเจ็บปวดระหว่างทำการผ่าตัด การผ่าตัดร่วมอื่นๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการทำการผ่าตัดให้คุณทราบ

ความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด
ความหมายของการผ่าตัดตกแต่งจมูกคือการ ปรับเปลี่ยนรูปทรงจมูกซึ่งหมายความรวมถึงทั้งการตัดออกบางส่วน หรือเสริมเข้าบางส่วน โดยลักษณะจมูกของคนไทยส่วนใหญ่การผ่าตัดตกแต่งจมูก จะเป็นลักษณะการเสริมบริเวณดั้งจมูก ซึ่งอาจมีการตัดตกแต่งบริเวณปีกจมูก และหรือปลายจมูกร่วมด้วยก็ได้ วิธีการผ่าตัดเสริมดั้งจมูก (Augmented rhinoplasty) แพทย์จะพิจารณาดูความสูงของดั้งจมูกและลักษณะของปลายจมูกที่จะทำการตกแต่งให้เหมาะสมกับใบหน้าของคุณ หลังจากนั้นจะทำการเหลาแท่งซิลิโคนให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ เปิดแผลผ่าตัดบริเวณปากโพรงจมูก ทำให้เกิดช่องที่จะใส่ซิลิโคนจนถึงบริเวณรอยต่อของดั้งจมูกกับหน้าผาก ทำการเสริมซิลิโคนที่เหลาไว้เข้าไปในช่อง และเย็บปิดแผลบริเวณปากโพรงจมูก โดยทั่วไปการผ่าตัดจะมีเพียงเท่านี้ แต่ในบางรายอาจมีการตกแต่งบริเวณปลายจมูก ปีกจมูก หรือปรับเปลี่ยนมุมระหว่างริมฝีปากบนกับจมูกตามความเหมาะสมร่วมด้วย หลังจากการผ่าตัดเสร็จ อาจมีการวางวัสดุชนิดแข็งบริเวณดั้งจมูกเพื่อป้องกันการบิดเบี้ยวของซิลิโคน หรือกระดูกที่จัดใหม่จากการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ และอาจมีการใส่วัสดุค้ำจุนในโพรงจมูกทั้ง 2 ข้าง ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดแบบตัดแต่งกระดูกดั้งจมูกร่วมด้วยได้

สิ่งที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด
1. อาจมีเลือดซืมออกมาจากรูจมูกเล็กน้อย ซึ่งผู้ป่วยสามารถใช้ผ้าก๊อซ หรือ สำลีสะอาดซับเลือดดังกล่าวได้เอง โดยบางกรณีแพทย์อาจจะมีการใช้วัสดุปิดแผลอุดบริเวณรูจมูกเพื่อซับเลือดดังกล่าว ซึ่งผู้ป่วยสามารถเอาวัสดุดังกล่าวออกได้เองหลังจากการผ่าตัด 1 วัน บริเวณใบหน้าของคุณจะบวมขึ้นโดยเฉพาะในวันแรก โดยคุณสามารถลดปัญหานี้ได้โดยการนอนยกหัวสูง
2. จะมีพลาสเตอร์ปิดบริเวณหน้าผาก ดั้งจมูก จนถึงปลายจมูก ซึ่งห้ามผู้ป่วยเอาพลาสเตอร์ดังกล่าวออกเอง โดยแพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อเอาพลาสเตอร์ออกให้ภายใน 1 อาทิตย์ ถ้ามีวัสดุที่ใส่ไว้ในโพรงจมูก โดยทั่วไปจะสามารถเอาออกได้ภายใน3 วัน
3. อาจรู้สึกปวด ไม่ค่อยสบาย โดยแพทย์จะสั่งยาบางชนิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าว
4. อาการช้ำบวมบริเวณจมูกสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยอาการจะบวมมากขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการบวมจะน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการบวมดังกล่าวนี้ อาจทำให้ลักษณะของจมูกดูยังไม่เป็นปกติซักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยจึงไม่ต้องไปกังวล โดยแพทย์จะทำการติดตามผลผู้ป่วยเป็นระยะๆต่อไป
5. คุณสามารถไปทำงานตามปกติได้ทันทีในวันรุ่งขึ้น (ยกเว้นแต่กรณีที่บวมมาก อาจรอให้ยุบบวม)

ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด

  1. ภายในวันแรก อาจมีเลือดซึมบริเวณแผลในรูจมูกเล็กน้อย ผู้ป่วยสามารถใช้สำลีหรือผ้าก๊อซซับเลือดได้  แต่ห้ามให้ผู้ป่วยใช้นิ้วมือบีบจมูกเพราะอาจทำให้จมูกบิดเอียงได้ หลังผ่าตัดให้ทานยาแก้ปวดทุก6ชั่วโมงในวันแรก
  2. เพื่อลดปัญหาบวมบริเวณแผลผ่าตัด ให้ผู้ป่วยนอนยกหัวสูงในระยะแรกๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณแผลผ่าตัดใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจาก 48 ชั่วโมงนั้นให้เปลี่ยนมาเป็นประคบอุ่นแทน
  3. ทำแผลทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำที่สะอาดเช็ดคราบเลือดบริเวณปากรูจมูกออก เสร็จแล้วป้ายแผลด้วยยาครีม
  4. สำหรับคนที่ใส่แว่นจะต้องปรับที่รองแว่นข้างจมูกไปในตำแหน่งที่ไม่ใช่บริเวณสันของดั้งจมูก และอาจจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อ่อนนุ่มอื่นๆ เพื่อลดแรงกดบริเวณจมูก
  5. หลีกเลี่ยงการทำให้แผลโดนน้ำแบบเปียกโชกในช่วงแรก
  6. ห้ามสั่งน้ำมูกแรงๆ ประมาณ 1 อาทิตย์
  7. ในกรณีที่เย็บด้วยไหมไม่ละลาย แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำการตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 14 วันหลังผ่าตัด
  8. กรณีที่มีจามมีน้ำมูก สามารถสั่งน้ำมูกเบาๆและเช็ดออกได้ โดยไม่ต้องบีบจมูก
  9. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ
  10.  ห้ามขยี้ หรือเลี่ยงการกระทบกระแทกจมูกแรงๆ เป็นเวลานาน 3 เดือน
  11. หลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการกระแทกจมูกแรงๆ ตลอดไป
  12. เวลานอนให้นอนราบไม่นอนตะแคงหรือเอาหมอนรองทั้ง2ข้างกันไม่ให้นอนตะแคง
  13. วัสดุปิดที่จมูกกันไม่ให้บวมหรือเคลื่อนช่วยแรกถ้าคันมากให้มาพบแพทย์เพื่อดูอาการและทำแผล
  14. หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง เช่นการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่อาจกระทบกระแทกบริเวณจมูกได้เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
  15. ไม่ออกทำงานกลางแดดเป็นเวลา 1 เดือน
  16. การติดตามผลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผ่าตัดชนิดนี้  และถ้ามีความผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณจมูกคุณควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
  17. หลีกเลี่ยงการกินของหมักดอง ปลาร้า เนื้อดิบ อากาศเย็นจัด หรือร้อนจัด

อาการผิดปกติที่ควรรีบกลับมาปรึกษาแพทย์

  1. อาการเลือดออกจมูกเป็นปริมาณมาก
  2. อาการปวด บวมบริเวณเจมูกมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. อาการอื่นๆ ที่ผู้ป่วยรู้สึกสงสัยว่าผิดปกติ