การผ่าตัดดึงหน้า

ริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากอายุที่มากขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อเวลาผ่านไปผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคอจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เกิดรอยตีนกาขึ้นบริเวณหางตา บริเวณหน้าผาก ร่องแก้มมีรอยลึกมากขึ้น มีการหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณข้างแก้ม และใต้คาง รวมถึงเห็นรอยพับบริเวณลำคอ โดยจะเป็นมากเป็นน้อย เร็วหรือช้าขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างเช่น พฤติกรรมส่วนบุคคลในการดูแลใบหน้า แรงดึงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ตลอดจนการเผชิญแสงแดดซึ่งเป็นอีกสาเหตุของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า และจากการที่มีสัดส่วนของประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้น จึงทำให้การผ่าตัดดึงหน้าในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นด้วย

การที่จะทราบว่าการทำผ่าตัดดึงหน้านั้นสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร คุณจำเป็นจะต้องทราบถึงวิธีการผ่าตัดคร่าวๆ และอะไรที่คุณสามารถคาดหวังได้จากการผ่าตัดชนิดนี้ เอกสารฉบับนี้จะรวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่คุณจะพิจารณาเลือกการผ่าตัดดึงหน้า

ผลของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่การสื่อสาร ความเข้าใจกันระหว่างแพทย์ผู้ผ่าตัดและตัวผู้ป่วยเอง ความเชื่อถือของผู้ป่วยต่อแพทย์เป็นพื้นฐานสำคัญในการที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจจะทำการผ่าตัดหรือไม่ ดังนั้นการพูดคุย และซักถามถึงข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อถือ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความพึงพอใจต่อผลการผ่าตัดที่เกิดขึ้น

 

การผ่าตัดดึงหน้าเหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่

ความเข้าใจถึงวิธี และข้อจำกัดในการทำผ่าตัดดึงหน้า มีความสำคัญต่อความคาดหวังจากการผ่าตัด ไม่มีการผ่าตัดดึงหน้าแบบใดที่ถือว่าดีที่สุด และความสำเร็จจากการผ่าตัดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยได้แก่ ลักษณะของผิวหนัง เผ่าพันธุ์  ระดับของความยืดหยุ่นของผิวหนัง ขบวนการหายของแผลของแต่ละบุคคล ลักษณะโครงร่างกระดูกใบหน้า รวมถึงทัศนคติส่วนบุคคล  ซึ่งควรจะต้องพูดคุยกันก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำการผ่าตัด อย่างไรก็ตามการผ่าตัดดึงหน้าจะไม่สามารถหยุดภาวะหย่อนคล้อยของผิวหนังที่จะเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งตามกาลเวลาได้หลังการผ่าตัด

นอกจากนี้การดึงหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาความงามบนใบหน้าได้ทั้งหมด ซึ่งอาจพูดคุยกับแพทย์ถึงความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าที่คุณต้องการ โดยแพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดบริเวณอื่นๆ บนใบหน้าเพิ่มเติม เพื่อให้ผลการผ่าตัดตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

 

แนวทางปฏิบัติเมื่อมีการตัดสินใจทำการการผ่าตัด

ระหว่างที่มีการปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าตัด แพทย์จะตรวจดูโครงสร้างของใบหน้า ลักษณะเนื้อ สี และความยืดหยุ่นของผิวหนัง มีการถ่ายภาพเพื่อพิจารณาดูสัดส่วนของใบหน้า มีการตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป เพื่อดูปัจจัยเสี่ยงในการทำการผ่าตัดเช่น โรคความดันสูง โอกาสการเกิดแผลเป็น การแข็งตัวของเลือด ตลอดจนประวัติการสูบบุหรี่ รวมถึงสภาวะอารมณ์และจิตใจเกี่ยวกับทัศนคติต่อการผ่าตัดซึ่งส่วนหนึ่งของผลสำเร็จในการผ่าตัดขึ้นอยู่กับการมีทัศนคติที่อยู่บนความเป็นจริง ดังนั้นแพทย์จะพูดคุยเกี่ยวกับการเรื่องการผ่าตัดและผลของการผ่าตัดที่จะเกิดขึ้นว่าคุณสามารถคาดหวังผลได้โดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง

หลังจากนั้นแพทย์จะอธิบายถึงเทคนิควิธีการผ่าตัด ชนิดของการระงับความรู้สึก การผ่าตัดร่วมอื่นๆ ผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดให้คุณรับทราบ

 

ความเข้าใจเกี่ยวกับการผ่าตัด

การผ่าตัดดึงหน้า แพทย์สามารถทำการเปิดแผลได้ตั้งแต่บริเวณหนังศีรษะ ขมับ หน้าหูอ้อมติ่งหูไปทางหลังหูจนถึงท้ายทอยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการดึงหน้า จากนั้นจะแยกผิวหนังออกจากเนื้อเยื่อส่วนล่าง เสร็จแล้วจะเย็บตรึงเนื้อเยื่อส่วนล่างในบริเวณที่ต้องการดึงหน้า โดยบางครั้งอาจจะต้องเอาไขมันบางส่วนออกรวมถึงผิวหน้าส่วนเกินบางส่วนร่วมด้วย

หลังจากดึงหน้าและเอาผิวหนังบางส่วนออกแล้ว แพทย์จะทำการเย็บปิดผิวหนังด้วยไหมเส้นเล็กๆ ซึ่งระยะการผ่าตัดแตกต่างตั้งแต่ 2-5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับบริเวณที่ดึงหน้าว่ามีมากน้อยแค่ไหน โดยระหว่างการทำการผ่าตัดแพทย์ให้ยากดประสาทอ่อนๆ ฉีดยาชาเฉพาะที่หรือดมยาสลบก็ได้ ถ้าในกรณีไม่ดมยาสลบ คุณอาจรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวบ้างเล็กน้อย และเมื่อผ่าตัดเสร็จแพทย์จะปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผล

 

สิ่งที่เกิดขึ้นและข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด

คุณอาจรู้สึกปวดเล็กน้อย ซึ่งคุณสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ตามต้องการ ถ้ามีวัสดุปิดแผล คุณสามารถเอาออกเองได้หลังจากผ่าตัดแล้ว 2 วัน โดยอาจจะปิดแผลต่อหรือไม่ตามความต้องการ ในบางกรณีอาจมีการใส่สายระบายเลือดในบริเวณแผลผ่าตัดด้วยซึ่งแพทย์จะนัดเมื่อเพื่อเอาสายออกภายใน 2 วันเช่นกัน แผลหลังผ่าตัดใน 7 วันแรกไม่ควรโดยน้ำ โดยคุณสามารถทำแผลได้โดยเพียงใช้สำลีสะอาดชุบน้ำเกลือเช็ดบริเวณแผลให้สะอาด และใช้ยาครีมป้ายแผลวันละ 2 ครั้ง บริเวณใบหน้าของคุณจะบวมขึ้นโดยเฉพาะในวันแรก โดยคุณสามารถลดปัญหานี้ได้โดยการนอนยกหัวสูง ประคบเย็นบริเวณใบหน้าใน 1-2 วันแรก หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นการประคบอุ่นแทน คุณจะต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมรุนแรงบางอย่าง เช่นการออกกำลังกายหนักๆ การถูบริเวณหน้าแรงๆเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ไม่ออกทำงานกลางแดดเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อคุณรู้สึกว่ามีความผิดปกติใดๆที่เกิดขึ้นบนใบหน้าให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที สำหรับการตัดไหม โดยปกติแพทย์จะนัดตัดไหมภายใน 5-10 วันหลังผ่าตัด

คุณสามารถไปทำงานได้ตามปกติได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณบริเวณที่ดึงหน้าว่ามีมากหรือน้อย โดยปกติจะประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังผ่าตัด รอยแผลเป็นจะสามารถจางลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่โดยปกติมักจะไม่เห็นเพราะเป็นแผลที่ซ่อนอยู่บริเวณไรผมพอดี

สิ่งที่คุณควรระลึกไว้เสมอว่าขบวนการเกิดริ้วรอย และหย่อนคล้อยของผิวหนังจะยังคงเกิดขึ้นได้อีกตามกาลเวลา แม้ผ่าตัดไปแล้ว ซึ่งคุณสามารถยืดระยะเวลาเรานี้ได้ด้วยการบำรุงดูแลรักษาใบหน้าอยู่ตลอดเวลา

ข้อควรปฏิบัติหลังทำการผ่าตัดดึงหน้า (Rhitidectomy)

สิ่งที่เกิดขึ้นได้หลังการผ่าตัด

  1. จะมีการปิดแผลด้วยวัสดุปิดแผล และพันโพกศีรษะเพื่อห้ามเลือดบริเวณแผลผ่าตัดเป็นเวลา 2-3 วัน ถ้าเป็นการผ่าตัดเล็กน้อย แต่ในกรณีที่ทำการผ่าตัดใหญ่นอกเหนือจากการปิดแผลและพันโพกศีรษะดังกล่าวแล้วอาจมีการใส่สายระบายเลือดไว้ 3 – 5 วันร่วมด้วย
  2. กรณีที่เป็นการผ่าตัดแบบดมยาสลบ ผู้ป่วยต้องพักฟื้นหลังการผ่าตัดอย่างน้อยเป็นเวลา 1 วัน  หลังจากนั้นผู้ป่วยจะสามารถให้แพทย์ติดตามผลเป็นผู้ป่วยใน หรือผู้ป่วยนอกก็ได้ ในกรณีที่ติดตามผลแบบผู้ป่วยนอก แพทย์จะนัดผู้ป่วยเพื่อมาดูทุกวันประมาณ 3-5 วัน ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
  3. อาจรู้สึกปวด ไม่ค่อยสบาย โดยแพทย์จะสั่งยาบางชนิดเพื่อลดปัญหาดังกล่าว
  4. ใบหน้าช้ำบวมสามารถเกิดขึ้นได้เป็นปกติ โดยอาการจะบวมมากขึ้นเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นอาการบวมจะน้อยลงไปเรื่อยๆ อาการบวมดังกล่าวนี้ อาจทำให้รูปหน้าหรือลักษณะของผิวหน้าดูยังไม่เป็นปกติซักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยจึงไม่ต้องไปกังวล โดยแพทย์จะทำการติดตามผลผู้ป่วยเป็นระยะๆต่อไป
  5. คุณสามารถไปทำงานตามปกติได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับปริมาณบริเวณที่ดึงหน้าว่ามีมากหรือน้อย โดยปกติถ้าทำไม่มาก อาจสามารถไปทำงานได้เลยในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าทำมากอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์หลังผ่าตัด

ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัด

  1. เพื่อลดปัญหาบวมบริเวณใบหน้า ให้ผู้ป่วยนอนยกหัวสูงในระยะแรกๆ ร่วมกับการประคบเย็นบริเวณแผลผ่าตัดและใบหน้าใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจาก 48 ชั่วโมงนั้นให้เปลี่ยนมาเป็นประคบอุ่นแทน
  2. ทำแผลทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำที่สะอาดเช็ดคราบเลือดออก เสร็จแล้วป้ายแผลด้วยยาครีม  หรือเบตาดีน แล้วปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ และพันโพกศีรษะด้วยผ้าพันโพกศีรษะ
  3. หลีกเลี่ยงการทำให้แผลโดนน้ำแบบเปียกโชกในช่วงแรก
  4. แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาทำการตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 5-7 วันหลังผ่าตัด
  5. สามารถล้างหน้า และใช้เครื่องสำอางได้หลังแผลตัดไหมเรียบร้อยแล้ว
  6. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง และมาติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ
  7.  ห้ามถูบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะแรงๆ เป็นเวลานาน 1 เดือน รวมถึงเลี่ยงการออกทำงานกลางแสงแดดเป็นเวลา 1 เดือนด้วย
  8. ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดใหญ่ (ดึงทั้งใบหน้าและลำคอ) ควรใช้ผ้าพันโพกศีรษะอย่างต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลาติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน

 

อาการผิดปกติที่ควรรีบกลับมาปรึกษาแพทย์

  1. อาการปวด บวมบริเวณใบหน้ามากขึ้นเร็ว
  2. อาการอื่นๆ ที่ผู้ป่วยรู้สึกสงสัยว่าผิดปกติ