การดูดไขมันด้วยวิธี ultrasound-assisted liposuction system

ultrasound-assisted liposuction system  คือ การดูดไขมันด้วยวิธีใช้การสั่นสะเทือนเพื่อให้ cell ไขมันแตกตัวโดยที่่ลดปัญหาการเสียเลือดจากการดูดไขมัน ด้วยวิธีปกติ โดยวิธีการนี้เรื่มเป็นที่นิยมในประเทศไทยมากขึ้น มียี่ห้อทางการค้าว่า VASER ( Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance ) โดยเป็นเทคโนโลยี Ultrasound ที่เลือกทำลาย เป้าหมาย คือไขมันอย่างจำเพาะเจาะจง ( LipoSelection ) โดย ไม่ทำอันตราย ต่อเนื้อเยื่อ ข้างเคียง เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด และ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ  นอกจากนั้น VASER ยังช่วยให้ผิวกระชับ และฟื้นตัวเร็ว ทำให้ได้ผลการสลายไขมันที่ดีที่สุด ขณะที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด ไม่มีปัญหาเรื่อง ผิวขรุขระ หรือเป็นโพรงเหมือนการดูดไขมันในอดีต มีรอยช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็ว บริเวณที่สามารถใช้  LipoSelection ได้แก่ แขน , สะโพก , หน้าอก , ทรวงอก , เข่า , ข้อเท้า , เอว , ท้อง , ใต้คาง , หลัง , ก้น , คอ , ต้นขา ultrasound-assisted liposuction system เป็นพลังงาน คลื่นเสียง อัลตร้าโซนิก ซึ่งมีการทำงาน แบบนุ่มนวล ได้ถูกนำมาใช้ทางการแพทย์เป็นเวลาหลายปีในหลายสาขา และล่าสุด คือการนำมาใช้สำหรับกำจัดไขมัน ซึ่งสามารถใช้พลังงานเลือกสลาย เฉพาะส่วน ที่ เป็นไขมัน ส่วนเกินได้ โดยที่ เนื้อเยื่อรอบๆ อย่าง เส้นประสาท เส้นเลือด และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไม่ได้ถูก ทำ ให้เสียหายไปด้วย อีกทั้งจุดเด่นของผลลัพธ์หลังทำของผิว ซึ่งยังมีความเรียบกระชับ เกิดความบอบช้ำน้อย คนไข้ฟื้นตัวเร็วเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะได้รับจากการทำ ultrasound-assisted liposuction system ทำงานอย่างไร ? การทำงานของ ultrasound-assisted liposuction system มี 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ 1. แพทย์จะเติม สารละลายTumescence  เข้าบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน เพื่อช่วยให้เกิดอาการชา และ ทำให้หลอดเลือด บริเวณนั้นหดตัว ซึ่งช่วยให้การสูญเสียเลือด น้อยที่สุด และลดการเกิดรอยช้ำ 2. ใช้พลังงาน  ปล่อยคลื่นเสียง (ซึ่งเป็นพลัง งาน คลื่นเสียง ที่มีความถี่เดียวกับ เครื่องรักษา ต้อกระจกดวงตา ) เข้าไปยัง บริเวณ เนื้อเยื่อ เพื่อสลายไขมัน 3. ไขมันที่ถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมด จะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวลโดยเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ultrasound-assisted liposuction system ยังช่วยให้ผิวกระชับและฟื้นตัวเร็ว ทำให้ได้ผลการสลายไขมันที่ดีที่สุด ขณะที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด การเตรียมตัวก่อนทำการดูดไขมัน • พบศัลยแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ ลักษณะผิวหนังและไขมันสะสม • แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา เช่น ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, หอบหืด • งดยาที่ทำให้เลือดหยุดช้า เช่น ยาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อ แอสไพริน วิตามิน E  และวิตามิน C  fish oil • อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนมาพบแพทย์ • งดอาหารอย่างน้อย 6 ชม. • ควรหลีกเลี่ยงการทำช่วงที่มีประจำเดือน • ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดัน ให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร ปรอท) • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดูดไขมันปริมาณมากๆ เสียเลือดมาก ทำให้มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้ • เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 2 วัน • ในกรณีที่ดูดไขมันออก (1-2 จุด) อาจทำได้โดยการฉีดยาชา สามารถกลับบ้านได้ แต่ถ้าต้องการดูดไขมันมาก อาจต้องทำที่โรงพยาบาล หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นที่ ร.พ. 1 วัน (กรุณาสอบถามราละเอียดกับทางคลินิก โดยตรง) • งดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ ก่อนผ่าตัด ขั้นตอนการดูแลหลังทำ แพทย์จะให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในรายละเอียดภายหลังจากการทำจะมีอาการบวม ประมาณ 2 – 4 อาทิตย์ และหลังจากบริเวณที่ดูดไขมันหายบวมแล้ว อาการบวมจะเลื่อนลงไปที่อวัยวะล่าง ต้องพันผ้ากระชับบริเวณที่ดูดไขมันไว้ตลอด 2 – 6 อาทิตย์โดยพันทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลา1 อาทิตย์และพัึนต่อเฉพาะตอนกลางวันอีก 4-5 อาทิตย์ จะถอดออกต่อเมื่ออาบน้ำ กลับไปทำงานได้ภายใน 5 – 7 วัน ขับรถได้ทันทีที่หยุดทานยาแก้ปวดแล้ว ออกกำลังกายได้ภายใน 2 – 4 อาทิตย์ จะเข้าที่ภายใน 4 – 8 อาทิตย์ ตอนการรักษาใช้เวลานานแค่ไหน? ขั้นตอนการรักษาจะใช้เวลานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับขนาดบริเวณที่ทำการรักษาและปริมาณไขมันส่วนเกิน โดยทั่วไปแล้วใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ใช้เวลาพักฟื้นนานแค่ไหน? ระยะเวลาการพักฟื้นจนกระทั่งปกติของคนไข้จะแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่ต้องการกำจัด และจำนวนบริเวณที่ดูดไขมันมีกี่จุด โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถให้คำปรึกษาได้ ถ้าหากว่าผู้รับการรักษาต้องกลับไปทำงานในวันวันรุ่งขึ้นหลังการรักษาก็ สามารถไปทำงานได้ แต่หลังการรักษาผู้รับการรักษาจำเป็นต้องสวมหรือพันผ้ายืดเพื่อพยุงรัด บริเวณที่ทำการรักษาไว้ประมาณ 1-4 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นตามความเห็นของแพทย์ที่ทำการรักษา การปฏิบัติตน หลังการทำ ultrasound-assisted liposuction system • ต้องพันผ้าหรือผ้ายืดแบบรัดพิเศษเฉพาะส่วน  ( Compression garment )  ตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรกหลังทำและให้ใส่ต่อประมาณ  4-5 อาทิตย์เฉพาะตอนกลางวัน • ช่วง 1-3 วันแรก แผลผ่าตัดจะมีน้ำเกลือซึมออกมามาก  ควรทำการเปลี่ยนผ้าก๊อตปิดแผลอย่างน้อย 1 ครั้ง • ในช่วงสัปดาห์ที่ 2- 3 อาจใส่ผ้ายืดแบบรัดพิเศษ ( Compression garment ) เฉพาะเวลากลางวันโดยสามารถถอดออกได้เวลานอน • อาการ บวม รอยเขียวช้ำ อาการเจ็บ ชา หรือรู้สึกแสบร้อนอาจเกิดขึ้นได้  แต่เป็นเพียงชั่วคราวในช่วงแรกหลังการผ่าตัดเท่านั้น  ซึ้งหลังจาก 1 ถึง 6 เดือนไปแล้ว     อาการบวม เขียว ช้ำ ทั้งหมดจะหายไป หรือเร็วช้าขึ้นกับปริมาณไขมันและบริเวณของร่างกายที่ทำการดูดไขมัน • การทำงานหรือการออกกำลังกายอย่างหนัก ควรทำหลังผาตัดแล้วอย่างน้อย 2 ถึง 4 สัปดาห์ นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล? ผู้รับการรักษาหลายรายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังการ รักษาในเรื่องของการ กำจัดไขมันส่วนเกิน ส่วนการกระชับผิวนั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนหลังการรักษาประมาณ 6 เดือน หลังการดูดไขมันแล้วผลจะถาวรได้  จะต้องมีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายต่ออย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ สามารถทำการรักษาซ้ำในบริเวณเดิมที่เคยทำการรักษาได้หรือไม่? คุณสามารถทำการรักษาซ้ำได้ในบริเวณเดิมถ้าต้องการหรือจำเป็น ข้อสังเกตในการทำ ultrasound-assisted liposuction system • ถ้าเป็นบริเวณ ซึ่งการดูดไขมัน ทำได้ยาก หรือ มีการดูดไขมัน พร้อมกันหลายๆจุด อาจใช้ยา สลบ กับคนไข้ได้ • การสะสมของไขมันในแต่ละส่วนของร่างกายจะไม่เหมือนกัน เช่นบริเวณหลังจะมีไขมันน้อย เส้นเลือดมาก ดังนั้นบางบริเวณจึงทำยากกว่าและต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติ • การทำ  ultrasound-assisted liposuction system ต้องอาศัย ความชำนาญ ของแพทย ์ที่ฝึกฝน เฉพาะทาง ด้วย เช่น ขั้นตอนการใส่น้ำเกลือ ผสมยาก่อนดูดไขมัน , ระหว่างการทำ  ultrasound-assisted liposuction system ที่ใช้พลังงาน จากการสั่นของ คลื่นเสียงซึ่งทำให้เกิดความร้อนขึ้น จึงต้องระวังเป็นพิเศษ , การใช้ยาสลบรวมไปถึง สถานที่ ที่เหมาะสม บวกกับบุคลากรร่วมที่เชี่ยวชาญ และการดูแลที่ดีหลังการทำอีกด้วย