การทำลักยิ้มทำได้อย่างไร (dimple creation)

Dimple Creation เพิ่มเสน่ห์บนใบหน้า ด้วยการผ่าตัดเสริม “ลักยิ้ม” ลักยิ้ม คือเสน่ห์เล็กๆ บนใบหน้า ที่สามารถสร้างจุดสนใจได้ไม่น้อย เราจะสังเกตเห็นลักยิ้มได้ตรงแก้มหรือมุมปากซึ่งจะเป็นรอยบุ๋มเวลายิ้มหรืออมยิ้ม โดยทั่วไปเราๆ ท่านๆ มักจะรู้สึกเป็นพิเศษว่าคนที่มีลักยิ้มเป็นคนอารมณ์ดี จึงไม่ผิดถ้าจะถือว่าลักยิ้มเป็นเสน่ห์เฉพาะอย่างหนึ่ง เพราะยามเมื่อมีรอยยิ้มบนใบหน้ารวมกับลักยิ้มเล็กๆ มุมปากจะทำให้น่ารักและดูเป็นมิตรยิ่งขึ้น ดั่งเช่น ดาราหลายคนที่มีลักยิ้มซึ่งถือเป็นเสน่ห์และสัญลักษณ์ของแต่ละคนไปเลยทีเดียว อีกทั้งความหมายของการทำลักยิ้มในความเชื่อของชาวเอเชียที่ว่าแสดงถึงในแง่ของความมีโชคลาภ หรือในแง่ความสวยงามอ่อนหวานในความเชื่อชองชาวเอเชีย หรืออาจมีความเชื่อในแง่การมีชีวิตคู่อย่างมีความสุข ซึ่งก็เป็นความเชื่อของชาวเอเชียที่ไม่พบในกลุ่มชาวตะวันตกอีกด้วย ความจริงการศัลยกรรมทำลักยิ้มนั้นถือได้ว่าเป็นที่นิยมไม่น้อยเลยทีเดียวในบ้านเรา เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีลักยิ้มได้นั่นเอง เนื่องจากลักยิ้มเป็นรอยบุ๋มตามธรรมชาติที่บริเวณแก้ม ซึ่งเกิดจากการที่มีจุดที่ยึดผิวหนังบริเวณแก้มกับกล้ามเนื้อแก้มด้านล่างที่ทำหน้าที่ในการขยับปาก ดังนั้นเมื่อมีการขยับของกล้ามเนื้อเช่นขณะยิ้มหรือพูดคุยก็จะเกิดการดึงผิวหนังบริเวณนั้นให้เกิดเป็นรอยบุ๋มขึ้นมา หากว่าคุณอยากเพิ่มเสน่ห์หรืออยากมีลักยิ้มเป็นของตัวเองบ้างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะการศัลยกรรมสามารถทำให้คุณมีลักยิ้มตามต้องการดั่งใจหวังได้ จริงๆ แล้วลักยิ้มคืออะไร? ลักยิ้มถือเป็นลักษณะที่สืบทอดทางพันธุกรรมดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนทุกคน เพราะลักยิ้มตามธรรมชาติเป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อใบหน้าซึ่งอธิบายได้จากกล้ามเนื้อzygomaticus major แยกเป็น 2 ขาซึ่งปกติจะมีแค่ขาเดียวซึ่งกล้ามเนื้อที่มีลักษณะพิเศษนี้มีจุดกำเนิดเกาะที่บริเวณกระดูก zygomatic และวิ่งมาทางด้านหน้าก่อนที่จะแยกเป็น 2 ขา โดยที่ขาด้านบนนั้นไปติดอยู่กับบริเวณเหนือมุมปากและขาด้านล่างไปเกาะอยู่กับบริเวณใต้มุมปาก คนที่นิยมทำศัลยกรรมลักยิ้มมักเป็นผู้หญิง โดยที่จะทำให้ดูหน้าน่ารัก น่าดูอ่อนหวานมากขึ้นส่วนลักษณะของลักยิ้มนั้นแล้วแต่สมัยนิยมอาจชอบทำตามแบบดาราบางคนหรืออาจทำเพื่อเหตุผลทางความเชื่อชอบในแต่ละบุคคล ลักยิ้มกับแก้มบุ๋มต่างกันอย่างไร ในความหมายของแก้มบุ๋มนั้นอาจหมายถึงการทำแก้มนั้นมีรอยอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะแสดงออกหรือไม่แสดงออกของกล้ามเนื้อซึ่งอาจอยู่ในตำแหน่งต่างๆกันแล้วแต่ปัญหาโดยบางครั้งปัญหาที่เกิดให้แก้มบุ๋มอาจมีหลายสาเหตุเช่นอาจเกิดจากผังผืดที่บริเวณชั้นผิวหนังทำให้มีรอยบุ๋มเกิดขึ้นอาจเกิดจากรอยแผลเป็นสิว หรือ โรคอีสุอีใส หรือเป็นภาวะที่ไขมันบริเวณนั้นหายไปจากสาเหตุต่างๆได้แก่ โรคบางชนิดที่ทำให้ไขมันหายไป ปัญหาการติดเชื้อแล้วทำให้เกิดเนื้อเยื่อไขมันตายและเกิดผังผืด นอกจากนี้อาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากการผ่าตัดเนื้อเยื่อบริเวณนี้ออก หรือแต่ลักยิ้มนั้นมักจะเกิดจากการเกาะของกล้ามเนื้อที่ผิดปกติซึ่งจะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อมีการแสดงออกของสีหน้าโดยการยิ้ม ตำแหน่งลักยิ้มที่ถูกต้องสวยงาม ลักยิ้มที่สวยงามนั้นมักจะขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละบุคคลแต่การทำลักยิ้มนั้นทำได้หลายตำแหน่งส่วนใหญ่คนที่เข้ารับการปรึกษาแพทย์จะถามเกี่ยวกับจำนวนลักยิ้มบางคนอยากได้ข้างเดียว หรือสองข้าง ขนาดเท่าไร รูปร่างเป็นอย่างไร ความลึกของลักยิ้มตำแหน่งที่ต้องการซึ่งปกติแล้วลักยิ้มมักจะอยู่ใกล้ๆ มุมปากอาจจะอยู่เหนือหรือใต้ หรือระดับเดียวกัน หรือออกไปด้านข้างไกลออกไป ซึ่งในกรณีที่ต้องการให้รอยลักยิ้มอยู่ไกลออกไปมากและอาจค่อนไปด้านบนแต่ถ้าเลยไปมากก็ควรระมัดระวังเพราะอาจเสี่ยงต่อเส้นประสาทใบหน้า (เลยหางตาอาจมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่อเส้นประสาทใบหน้าได้) ขั้นตอนการทำลักยิ้ม โดยทั่วไปแพทย์จะให้คนไข้เป็นผู้เลือกตำแหน่งของลักยิ้มเอง โดยใช้ปากกากำหนดตำแหน่งทำกำลังจะทำ ลักยิ้มแล้วลองยิ้มดูจนกว่าจะได้ตำแหน่งที่พอใจแต่หากคนไข้ไม่สามารถตัดสินใจได้แพทย์จะช่วยให้คำแนะนำได้ ส่วนหลักการที่จะทำให้เกิดลักยิ้มนั้นทำโดยการเย็บกล้ามเนื้อเข้ากับชั้นผิวหนังแต่รายละเอียดเทคนิคก็แตกต่างกันไปตามความถนัด ขั้นตอนการผ่าตัดมีดังนี้ เลือกตำแหน่งที่จะทำให้เกิดลักยิ้ม 1) ถ้าต้องการทำทั้งข้างก็ทำการวัดเพื่อให้ได้ระยะที่เท่ากัน 2)ฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการผ่าตัด 3)ตัดบริเวณเยื่อบุและกล้ามเนื้อในกระพุ้งแก้มให้ถึงชั้นไขมัน 4)แล้วเย็บบริเวณชั้นผิวหนังกับกล้ามเนื้อบริเวณกระพุ้งแก้ม 5)เย็บปิดบริเวณเยื่อบุกระพุ้งแก้มด้วยไหมละลาย อาการและผลข้างเคียงหลังการผ่าตัด หลังการผ่าตัดช่วงแรกอาจบวมให้ผู้ทำการผ่าตัดประคบเย็น โดยปกติ จะบวมในช่วง 3-5 วันแรกและอาการปวดและบวมจะค่อยๆลดลงตามลำดับรอยบุ๋ม ช่วงแรกจะมีตลอดทั้งเวลาที่ยิ้มหรือไม่ยิ้มเป็นเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์แล้วจะค่อยๆหายไปเหลือเฉพาะที่มีการแสดงสีหน้าโดยการยิ้ม วิธีดูแลหลังการผ่าตัด แนะนำผ่าบริเวณที่ทำการผ่าตัดจะบวมอยู่ประมาณ 7-10 วันและให้ประคบเย็นเป็นเวลา 2 วันและให้นอนยกหัวสูงในช่วง 2 วันแรกช่วงแรกปากอาจบวมไม่เท่ากันไม่ต้องกังวลในช่วงแรกรอให้เข้าที่ก่ อนนอกจากนี้ให้งดการแสดงสีหน้ามากเกินไปเพื่อไม่ให้บวม ส่วนการกินอาหารช่วงแรกอาจให้ทานอาหารอ่อนหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง เรื่องการทำความสะอาดก็แปรงฟันได้ตามปกติแต่ต้องระมัดระวังบริเวณที่เย็บบ้วนน้ำเกลือผสมน้ำยาบ้วนปากที่ไม่ระคายเคืองและตามด้วยน้ำเกลือในช่วงอาทิตย์แรกและควรทานยาแก้อักเสบให้ครบตามคำแนะนำ ส่วนไหมในปากถ้าเป็นไหมไม่ละลายก็ต้องมาตัดไหมออก หรือถ้าเป็นไหมละลายไหมก็จะหลุดเองไม่ต้องตัดไหม โดยรอยบุ๋มช่วงแรกจะมีตลอดทั้งเวลาที่ยิ้มหรือไม่ยิ้มเป็นเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ แล้วจะค่อยๆ หายไปเหลือเฉพาะที่มีการแสดงสีหน้าโดยการยิ้ม “ลักยิ้ม” ที่ทำไม่ถูกใจสามารถแก้ได้ เมื่อทำลักยิ้มแล้วลักยิ้มจะมีเวลาที่แสดงสีหน้าโดยการยิ้มเมื่อเวลาผ่านไป 6-8 สัปดาห์ที่ลักยิ้มเข้าที่ ยกเว้นถ้าลักยิ้มนั้นหายไป ซึ่งอาจเกิดจากไหมที่เย็บไว้หลุดสามารถแก้ไขโดยการทำซ้ำหรือถ้าหากว่า คนไข้ไม่พอใจในแง่ตำแหน่งที่ทำหรือว่ารูปทรงแล้วต้องการแก้ไขให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ โดยการตัดไหมที่เย็บไว้แล้วเปลี่ยนตำแหน่งที่เย็บ EXPERT SAYS: นพ.ปิยพล พัฒนครู: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า รพ.วชิรพยาบาล ผู้เข้ารับการศัลยกรรมจะต้องทราบถึงความต้องการของตนเองว่าต้องการการทำลักยิ้มอย่างไรและเข้าใจผลลัพท์ที่จะได้และทราบถึงขั้นตอนการผ่าตัดรวมทั้งผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากแพทย์ ผู้ทำการผ่าตัด ซึ่งการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดนั้นผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการตรวจสุขภาพทั่วไปว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่และโรคนั้นกำลังกำเริบหรือไม่ โดยควรงดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้าจำพวกแอสไพริน หรือกลุ่ม NSAID งดวิตามินอี 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด และงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด อีกทั้งยังต้องได้รับการตรวจสอบว่ามีปัญหาการติดเชื้อทางช่องปากหรือลำคอหรือไม่ ทั้งนี้การผ่าตัดควรกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและควรหาข้อมูลให้ครบถ้วนไม่ควรทำตามกระแสเพียงอย่างเดียว บทความจากนพ.ปิยพล พัฒนครู หนังสือ cosmetic beauty and anti aging magazine ฉบับ พฤศจิกายน 55